ขำขันเรื่องที่ 15...เรียนภาษาจีนด้วยจากความตะกละ

ครอบครัวผมย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพเมื่อผมอายุได้ 11 ขวบ คุณพ่อไปเช่าห้องแถวให้อยู่แถวสวนมะลิ ทั้งนี้เพื่อให้ใกล้โรงเรียน สวนมะลิตอนนั้นเป็นถิ่นของคนจีนเชื้อสายแต้จิ๋ว คุณแม่ผมเคยเรียนพูดแต้จิ๋วได้ตั้งแต่อยู่ในตลาดเมืองนครปฐม ท่านจึงมีความสุขที่สุด ผมเองก็มีความสุข คือ ถิ่นแถวนั้นจะมีตรอกและซอยโยงใยถึงกันหมด แล้วก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่เอาของมาขายทุกวัน เราไม่ต้องไปซื้อวัตถุดิบมาทำกิน ซื้อเขากินง่ายกว่า

เวลาพ่อค้าแม่ค้าเขาหาบของมาขายนี้ เขาจะร้องบอกมาก่อนเป็นระยะไกลๆ วันแรกก็ได้ยินเสียงร้อง "ยันเตา...โฟ๊ะ" ผมวิ่งออกไปดูก็เห็นหาบอันใหญ่ ด้านหน้ามีเตาไฟกับหม้อทองเหลืองต้มน้ำจนเดือด ด้านหลังเป็นถังไม้ใบใหญ่ ผมออกไปดูแล้วก็สังเกตการณ์ไปก่อน ตอนนั้นผมยังไม่เคยรู้จัก "ยันเตาโฟ" ผมมันเด็กบ้านนอก มาจากเมืองเชียงใหม่ พอเห็นคนสั่งกินก็รู้สึกแปลก มันดูเหมือนก๋วยเตี๋ยว แต่ไส่น้ำแดงๆลงไป คุณแม่เห็นผมแปลกใจก็เลยสั่งมากินกันคนละชาม แล้วก็บอกว่ามันชื่อว่า "ยันเตาโฟ" คำว่า "เตาโฟ" นั้นจริงๆแล้วมันมาจากคำว่า "เต๋าฟู" ซึ่งคนไทยออกเสียงเพี้ยนไปเป็น "เต้าหู้" มันจึงมีเต้าหู้ทอดเป็นองค์ประกอบสำคัญ...ฯลฯ

ครับ, ผมได้เรียนรู้ภาษาแต้จิ๋วหลายคำจากเสียงร้องขายสินค้าของคนจีน

แล้ววันหนึ่งผมก็ต้องอายจนหน้าแดง คือ มันมีเสียงร้องบอกขายสินค้าว่า "เกี้ยม...เมอ" เสียงมันดังและฟังชัดดี ที่สำคัญคือ ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน และตอนนั้นมันเป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ท้องผมมันร้องโครกคลากอยู่ ผมก็เลยบอกว่า "แม่, ขอตังค์ จะไปซื้อ เกี้ยมเมอ"

คุณแม่ผมก็โยนเหรียญ 20 สตางค์ให้สองอัน แล้วสั่งว่า "ซื้อให้หมดนั่นเลย"

ผมรับเงินมาแล้วรีบวิ่งลงมาชั้นล่าง เปิดประตูออกไปแล้วก็มองหาโดยรอบ ใจนั้นคิดแต่เรื่องขนม จึงไม่ได้สังเกตว่ามีอาแปะวางหาบอยู่เยื้องหน้าบ้านอยู่หนึ่งหาบ

ในขณะที่ยังงงๆอยู่นั้นคุณแม่ก็เดินลงมาตามดู ผมก็เลยรายงานว่า "ไม่เห็นมีอะไร สงสัยมันไม่จอด"

คุณแม่ผมก็ได้แต่ยิ้มๆ แล้วก็ชี้ไปที่หาบเกลือที่วางอยู่เยื้องหน้าบ้าน แล้วก็บอกว่า "แกอยากจะกินสักเท่าใหร่ล่ะ"

ผมฟังแล้วก็ยังไม่ยอมเชื่อ เพราะใจมันนึกถึงแต่ขนม ในที่สุดผมก็ต้องยอมรับความจริง คือ อาแปะแกไม่เห็นใครออกมาซื้อ แก่ก็ยกหาบไส่บ่า แล้วก็ร้องว่า "เกี้ยม...เมอ" แล้วก็หาบเยาะๆไป

ครับ, คุณแม่ผมบอกว่า คำว่า "เกี้ยม" หรือ "เอี้ยม" นั้นแปลว่า "เค็ม" หรือ"เกลือ" แต่เวลาตะโกนขายของนั้น ถ้ามันมีพยางค์เดียว และเป็นเสียงสั้น คนเขาจะออกเสียงอักษรสุดท้ายเป็นคำสร้อยตามมาด้วย มันจึงมีคำว่า "เมอ" ติดมาด้วย มันเป็นการช่วยเน้นคำ

ครับ, วันนั้นผมหูอื้อไปเลย

..................