ที่มาที่ไปของโปรแกรมหุ้นนี้
.............
จากการศึกษาและทุ่มเทเป็นเวลากว่า 7 ปี ดร.ปัญญา เปรมปรีดิ์ได้ค้นพบสูตร (หรือชุดของตัวบ่งชี้) จำนวนหนึ่ง สูตรเหล่านี้เป็นผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงสถิติ (ใช้ข้อมูลราคาปิดเป็นหลัก) จากสูตรนี้ ดร.ปัญญา ได้คัดเลือกออกมาชุดหนึ่งแล้วเขียนเป็น โปรแกรม คอมพิวเตอร์ขึ้นมา ทุกๆวันโปรแกรมนี้จะรับ ข้อมูลราคาปิดของวันล่าสุดเข้าไปแล้วคำนวณค่าตัวบ่งชี้ต่างๆ เมื่อได้ผลแล้วก็จะนำมาเปรียบเทียบ กับค่าที่ได้ จากการวิเคราะห์เชิงสถิติดังกล่าวมาข้างต้น ผลลัพธ์สุดท้าย ที่ได้ออกมาจะเป็นคำแนะนำแก่ผู้ใช้ คำแนะนำนี้จะเป็นคำแนะนำง่ายๆซึ่งมีอยู่ 3 อย่างเท่านั้นคือ ให้ซื้อ (Buy) ให้ขาย (Sell)และให้อยู่เฉยๆ ไปก่อน (Take No Action) (ในขณะนี้คำแนะนำเหล่านี้ถูกตัดออกจากรายงานและกราฟต่างๆ เพื่อป้องกันมิให้ผู้เข้าชมเว็บนำเอาไปใช้
ซื้อขายหุ้น ผู้ที่สนใจซื้อโปรแกรมนี้ไปใช้ให้ติดต่อและขอดูเป็นการสาธิตได้)
                คำแนะนำ ให้ซื้อ(Buy): นั้นหมายความว่า"ถ้าท่านมีเงินที่จะลงทุนได้ก็ให้รีบติดต่อโบรกเกอร์และสั้งซื้อได้เลย" แต่อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเป็นของตัวท่าน ท่านจะสั้งซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ แต่ทุกครั้งที่โปรแกรมนี้ให้คำแนะนำนี้ โปรแกรม จะดูในกระเป๋าเงินของมันถ้ามันมีเงินที่กันไว้ซื้อหุ้นนี้ มันก็จะเปลี่ยนเงินเป็นหุ้น ทั้งนี้โดยใช้ราคาปิด ครั้งสุดท้ายเป็นราคาซื้อขาย เงินในกระเป๋าของโปรแกรมนี้จะมีค่าเริ่มต้นเท่ากับ 100,000 บาทต่อหุ้น เมื่อตอนเริ่มต้นของปีเงินที่ให้ไว้เพื่อลงทุนในหุ้นแต่ละตัวนี้จะไม่มีการหยิบยืมกัน ดังนั้นการลงทุนของ โปรแกรมนี้จะจำกัดอยู่เพียงเท่าที่กันไว้ให้แก่หุ้นแต่ละตัว
                 คำแนะนำให้ขาย(Sell):
นั้นหมายความว่า "ถ้าท่านมีหุ้นตัวนี้อยู่ในพอร์ตของท่าน ท่านก็ควรรีบติดต่อกับโบรกเกอร์และสั่งขาย ไปได้เลย" แต่อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเป็นของตัวท่านท่านจะไม่ขายก็ได้ แต่ทุกครั้งที่โปรแกรมออก คำแนะนำนี้โปรแกรมจะตรวจดูในกระเป๋าของมัน ถ้ามันมีหุ้นตัวนี้อยู่ มันจะเปลี่ยนหุ้นเป็นเงิน ทั้งนี้โดย ใช้ราคาปิดครั้งสุดท้ายเป็นราคาซื้อขาย เงินที่ได้มาก็จะเป็นเงินที่พร้อมจะใช้ลงทุนในคราวต่อไป

                 คำแนะนำให้อยู่เฉยๆไปก่อน(Take No Action):
นั้นหมายความว่า "ท่านไม่ควรทำอะไรกับหุ้นตัวนี้ ทั้งนี้เพราะโปรแกรมยังมองไม่เห็นทิศทางที่แน่นอน ในหุ้นตัวนี้" โปรแกรมจะไม่ทำอะไรกับเงินหรือหุ้นตัวนี้ที่มีอยู่ในกระเป๋าของมัน แต่อย่างไรก็ตามการตัด สินใจจริงๆเป็นของท่าน คือท่านจะซื้อหรือขายหรือเชื่อตามโปรแกรมก็ได้
                 หลังจากที่โปรแกรมคำนวณและให้คำแนะนำครบแล้ว มันจะคำนวณดูเงินและหุ้นในกระเป๋าของ มันเพื่อออกผลเป็นกำไรหรือขาดทุน หุ้นที่อยู่ในความสนใจขณะนี้มีอยู่ด้วยกัน 40 ตัว ซึ่งสามารถแบ่งออก ได้เป็น 4 กลุ่ม คือ หุ้นธนาคาร หุ้นไฟแนนซ์(บง,บล,บลง) หุ้นพลังงาน และหุ้นสื่อสาร ในแต่ละกลุ่มจะมีอยู่ 10 หุ้น ค่าเฉลี่ยของอัตรากำไร-ขาดทุนของแต่ละกลุ่มสามารถใช้เป็นเครื่องชี้ว่าโปรแกรมนี้เล่นหุ้นได้ดีแค่ ไหน จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เราอาจพูดได้ว่า โปรแกรมนี้กำลังเล่นเกมจำลองภาพ(Simulation) อย่างหนึ่ง มันกำลังทำตัวเหมือนเป็น "นักเลงหุ้น" คนหนึ่ง ค่าตัวบ่งชี้ที่สำคัญ(Parameters) ที่ถูกบรรจุไว้ในโปรแกรม นี้ได้รับการตรวจเช็คว่าดีเลวแค่ไหนด้วยการวิ่งซ้ำมา 6 ครั้งแล้ว โดยทำการวิ่งปีละครั้ง ตั้งแต่ปี คศ.1993 ถึง คศ.1998 ค่าตัวบ่งชี้เหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทุกๆปี แต่จุดที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ว่าอัตรากำไรหรือขาดทุน ในแต่ละปีจะต่างกันพอสมควร แต่อัตรากำไรโดยเฉลี่ยระยะยาว (6 ถึง 8 ปี)จะมีค่าอยู่ประมาณ +24.00% ต่อปี ค่าผลตอบแทนเฉลี่ยอันนี้สูงกว่าอัตราเพิ่มของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET INDEX) และสูงกว่าอัตรา ดอกเบี้ยของเงินฝากในธนาคารพาณิชย์มากมาย ตารางที่ 1 เป็น ผลการทดสอบเมื่อเดือนพฤษภาคม คศ.1999


Year
Group
Bank
Finance
Energy
Communication
1991
21.47
81.87
97.79
30.20
1992
67.40
19.30
38.80
65.99
1993
78.95
112.56
87.77
280.40
1994
34.62
-4.10
8.53
2.11
1995
-0.71
20.39
8.59
9.03
1996
3.97
-4.30
-1.23
-3.20
1997
-12.64
-10.21
-20.18
-24.72
1998
62.23
67.03
38.31
69.61
8 year yield
616.68
664.32
562.45
1031.24
Average yield
27.91
28.95
26.66
35.42
(Compoundly)

.................Table 1. Profit & Loss (%) , Using Formula C68EX.